สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ
คู่สร้างคู่สม : Koosangkoosom หน้าแรก

โปรไฟล์ของพี่DDD ... http://koosangkoosom.com/?6 [รายการโปรด] [คัดลอก] [แบ่งปัน] [RSS] ความสุขที่อยากแบ่งปัน.การตกแต่งบล็อก.การท่องเที่ยว.ความรู้รอบตัวที่มี ...

บล็อก

โรค Guillain-Barré-Syndrom ( GBS )

ความนิยม 9เข้าชม/อ่าน 5284 ครั้ง 2-9-2013 19:23 |เลือกหมวดหมู่:DDSWISS

 

โรค Guillain-Barré-Syndrom  ( GBS )
กลุ่มอาการของโรค Guillain-Barre เป็นโรคของเส้นประสาทส่วนปลายไปถึงกล้ามเนื้อหรืออวัยวะอื่นๆที่ดึงจากผิวหนังและอวัยวะอื่นๆไปหาไขสันหลัง
ส่วนใหญ่มักจะเป็นเส้นประสาทที่ยาวที่สุดที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดเช่นที่ขา
ที่พบบ่อยที่สุดของอาการคือการเป็นอัมพาตชาตามอวัยวะอื่นๆของร่างกายจากล่างไปหาด้านบนคือจากขาไปหาศรีษะจะพบได้แค่ 1-2 คนต่อปีจากประชาการหนึ่งแสนคน 100,000 และพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงใครๆก็มีโอกาศเป็นได้ทุกเพศทุกวัย


Guillain-Barré-Syndrom - Historisches-ประวัติและเรื่องราวของโรคนี้

>>อาการที่ใกล้เคียงหมอชาวฝรั่งเศส Jean Landry ได้เขียนอธิบายไว้ในปี ค.ศ. 1859 จากคนไข้ 10 คนที่มีอาการเป็นอัมพาตอย่างเฉียบพลัน<<

จริงๆแล้วโรคนี้น่าจะชื่อ Guillain-Barré-Strohl-Syndrom  เพราะว่าผู้ที่รายงานและเขียนเรื่องราวของโรคนี้มี 3 ท่านที่เป็นหมอชาวฝรั่งเศส  Georges Guillain, J.-A. Barré und A. Strohl ที่เขียนอาการของโรคนี้จากนายทหาร 2 นายที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์อย่างเฉียบพลัน ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ได้ตีพิมท์ในปี 1916

จอร์ช Guillain เกิด (1876 - 1961) เป็นลูกศิษย์ของนักประสาทวิทยาที่มีชื่อเสียง Pierre Marie ที่  Salpêtrière ในปารีสเขาก็กลายเป็นผู้สืบทอดนั่งเก้าอี้แทนหรือเป็นครูสอนหรือผู้เชี่ยวชาญโรคของระบบประสาทในปี 1923

Jean-Alexandre Barré เกิด (1880 - 1967) เป็นลูกศิษย์ของ โจเซฟ Babinski และปิแอร์ Marie, เขามารับหน้าที่เป็นครูนั่งเก้าอี้แทนในปี 1919 ของประสาทวิทยา  neurology ที่มหาวิทยาลัย  ชตราสบวร์ก Strasbourg


>>>>>>>>>>>><<<<<<<<<<<<<<<<<<


กลุ่มอาการ ( GBS ) มีอาการอย่างไร?


>>>>อาการของโรค จะมีอาการตามเส้นประสาทที่ไปเลี้ยง อาการที่พบได้แก่<<<<

 

 

Guillain-Barré-Syndrom - Symptomatik-อาการ - กลุ่มอาการของโรคมีหลายรูปแบบหลายชนิด
อาการที่แสดงออกบ่อยที่สุดคือการอาการเป็นอัมพาตอย่างเฉียบพลัน  ที่เกิดขึ้นได้ภายใน 1 ชั่วโมงหรือภายใน 1 วันหรือหนึ่งเดือน มักจะมีกล้ามเนื้อที่ขาอ่อนแรงชาที่ปลายนิ้วมือนิ้วเท้ามีอาการปวดขาร่วมด้วยมีความผิดปรกติของระบบประสาทสัมผัสของความรู้สึกตามร่างกายคือจะออกอาการจากด้านล่างมาหาด้านบนและจะเป็นอัมพาตอย่างเฉียบพลันและรุนแรงได้ภายในทั่วร่างกายเปลือกตาเป็นอัมพาตหลับตาไม่ลงกล้ามเนื้อตาเป็นอัมพาตมองเห็นภาพซ้อน ยิ้มไม่ได้เพราะกล้ามเนื้อเป็นอัมพาตขั้นรุนแรงถึงระบบหายใจเป็นอัมพาตหายใจเองไม่ได้ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจระบบกลืนอาหารเป็นอัมพาตต้องให้อาหารผ่านสายยาง 50-60 % ของคนใข้จะมีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ ความดันสูง ระบบขับถ่ายเป็นอัมพาต ควบคุมไม่ได้ จะต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดที่ห้อง ICU ระยะการกระจายของโรคจะอยู่ระหว่าง 2-4 อาทิตย์ พอโรคขึ้นถึงขั้นสูงสุดแล้วมันจะค่อยๆลดลงอาการของคนไข้จะค่อยๆดีขึ้นอาจจะใช้เวลาเป็นเดือนเป็นปีของการฟื้นฟูกล้ามเนื้อเส้นเอ็นเส้นและปลอกหุ้มประสาทแล้วแต่ว่าปลอกหุ้มเส้นประสาทจะถูกทำลายมากน้อยแค่ใหนรักษาได้ทันท่วงทีหรือไม่

 

 

 

- อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยมักมีการกระจายไม่เท่ากันทั้งสองข้าง โดยมีอาการจากด้านล่างขึ้นมาด้านบนหรือจากขามาหาศรีษะ
- อาการชาปลายมือปลายเท้า
- อาการอ่อนแรงที่ใบหน้า มีอาการหลับตาไม่สนิท อาการเคี้ยวอาหารลำบาก กลืนอาหารลำบาก
-ผู้ป่วยมองเห็นภาพซอ้นเพราะกล้ามเนื้อตาเป็นอัมพาต
- อาการดังกล่าวจะเป็นได้อย่างรวดเร็ว ภายในหนึ่งวันและมีอาการเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆภายในสัปดาห์แล้วแต่ความรุนแรง และมักมีอาการคงที่ในเวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์ หลังจากนั้นอาการจะคงที่และดีขึ้น
- ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการรุนแรง อาจมีอาการหายใจลำบาก เนื่องจากเส้นประสาทที่ทำหน้าที่เลี้ยงกล้ามเนื้อเกี่ยวกับการหายใจผิดปกติ ดังนั้นผู้ป่วยอาจเสียชีวิตเนื่องจากหัวใจเต้นผิดจังหวะและระบบการหายใจล้มเหลว

 

 


>>>อาการที่รุนแรงระยะเฉียบพลันที่สำคัญ คือ <<<

-ภาวะหายใจล้มเหลวจากการหายใจเองไม่ได้ ปอดติดเชื้อ และมีลิ่มเลือดในหลอดเลือดของปอด
-ภาวะหัวใจล้มเหลวจากการเต้นผิดปกติของหัวใจหัวใจเต้นผิดจังหวะ

 

 

>>>อาการที่พบร่วมกับกล้ามเนื้ออ่อนแรง คือ <<<

 

 

- ปวดกล้ามเนื้อมัดที่เกิดการอ่อนแรง
- เจ็บแปลบ ซ่า ชา กล้ามเนื้อมัดที่อ่อนแรง
- ปวดหลัง ปวดสะโพก
- อาจเคลื่อนไหว ดวงตา กล้ามเนื้อใบหน้าและหรือเคี้ยวอาหารกลืนอาหารไม่ได้หรือกลืนลำบาก ทั้งนี้ขึ้นกับว่าเส้นประสาทหรือกล้ามเนื้อมัดใดอักเสบหรือเสื่อม
- หายใจไม่ได้ ถ้าเส้นประสาทกล้ามเนื้อซี่โครง-กล้ามเนื้อหายใจ อักเสบ-เสื่อม
- ถ้าเส้นประสาทกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ-เสื่อม จะเกิดอาการหัวใจเต้นผิดปกติหัวใจเต้นผิดจังหวะ
- ถ้าเส้นประสาทกล้ามเนื้อลำไส้ และ-หรือกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะ อักเสบ-เสื่อม จะมีอาการผิดปกติทางการขับถ่าย เช่น ท้องผูกอย่างมากเพราะลำไส้ไม่เคลื่อน ไหว และ-หรือ ปัสสาวะไม่ออกเพราะกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะไม่บีบตัว ต้องใส่สายสวนปัสสาวะคาไว้ เป็นต้น
- อาจมีความดันโลหิตสูง หรือความดันโลหิตต่ำ ก็ได้

 

 

>>> การวินิจฉัย <<<

 

 

เนื่องจากว่าอาการมีได้หลากหลาย ดังนั้นโรคนี้จึงเป็นโรคที่ยากในการวินิจฉัย การสังเกตอาการร่วมกับการซักประวัติเป็นสิ่งที่เป็นพื้นฐานในการวินิจฉัยของโรค GBS ถ้าแพทย์สงสัยแพทย์อาจทำการตรวจวินิจฉัยด้วยการ

- เจาะตรวจน้ำไขสันหลัง โดยแพทย์จะใช้เข็มแทงเข้าไปข้างหลังเพื่อนำตัวอย่างของน้ำไขสันหลังไปตรวจ ซึ่งจะตรวจพบโปรตีนที่สูงขึ้นในน้ำไขสันหลัง
- การตรวจด้วย (EMG: Electromyogram) ซึ่งเป็นการตรวจว่ากล้ามเนื้อมีการสูญเสียความสามารถในการนำสัญญาณไปยังเส้นประสาท
- การตรวจด้วย (NCV: nerve conduction velocity) การตรวจนี้จะทำควบคู่ไปกับ EMG ซึ่งจะตรวจการนำสัญญาณของเส้นประสาท


>>> การรักษา <<<

 

เนื่องจากว่าโรค GBS เป็นโรคที่เกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน ส่วนใหญ่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล และบางเคสที่รุนแรงจะต้องรักษาเฝ้าดูอาการในห้อง ICU

แนวทางการรักษากลุ่มอาการจีบีเอส ได้แก่ การรักษาประคับประคองตามอาการ และการรักษาตัวโรค

- การรักษาตัวโรคเอง ได้แก่ การให้ยาสารภูมิต้านทาน (Immunoglobulin)
 การบำบัดโดยการให้แอนติบอดีทดแทน (Antibody replacement therapy)

-การรักษาด้วยการให้แอนติบอดีทดแทนจะใช้วิธีการฉีดแอนติบอดีชนิด IgG เข้มข้นเข้าเส้นเลือดดำของผู้ป่วย ซึ่งเป็นหนึ่งในทางเลือกสำคัญสำหรับผู้ป่วยที่ร่างกายไม่สามารถผลิตแอนติบอดีได้ในปริมาณที่เพียงพอ โดย IgG ที่ใช้นั้น Immunoglobulin ((ถูกผลิตขึ้นจากเลือดที่สะอาดของผู้บริจาคการรวบรวมพลาสม่าจากผู้บริจาคจำนวนมาก ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่าได้แอนติบอดีที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพครอบคลุม หรือที่รู้จักกันในนามของ อิมมูโนโกลบูลิน แกมม่าโกลบูลิน หรือ อิมมูนซีรั่มโกลบูลิน ส่วนขั้นตอนการเตรียมฉีดสารเข้าทางเส้นเลือดจะเรียกว่า IVIG (intravenous immunoglobulin) หรือ immunoglobulin intravenous (IGIV)

วิธีให้และปริมาณที่ให้ Immunoglobulin จะมีความแตกต่างจากบริษัทที่ผลิตยานี้
ปริมาณและระยะเวลาที่ให้ก็แตกต่างจากอาการของโรคและความรุณแรง  ตามกฏแล้วโรคแพ้ภูมิตัวเองจะให้ 400 mg/kg KG  = 0,4 กรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลเป็นระยะเวลา 5 วัน

 


- และการเปลี่ยนถ่ายน้ำเหลืองของเลือดซึ่งอาจช่วยกำจัดสารภูมิต้านทานตัวก่อโรคนี้ได้ (Plasma ex change)
- การรักษาประคับประคองตามอาการ เป็นการรักษาที่สำคัญที่สุด และมีประสิทธิภาพที่ สุดในผู้ป่วยโรคนี้ ซึ่งมักต้องเป็นการรักษาในโรงพยาบาล อาจต้อง
- เจาะคอใส่ท่อช่วยหายใจ เพื่อใช้เครื่องช่วยหายใจในระยะยาว
- ดูแลในเรื่องอาหารเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารครบถ้วนในช่วงที่ปัญหาในการเคี้ยว กลืน และย่อย --->นักโภชนาการจะให้คำแนะนำ
- ดูแลเพื่อป้องกันการติดเชื้อของปอด ---> ทดสอบความแข็งแรงของปอดด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์หรือเครื่องเป่า physiotherapy เพื่อปอดจะได้มีแรงและกำลังมากขึ้น
- รักษาภาวะผิดปกติของการเต้นของหัวใจ --->ติดเครื่องและสาย EKG ตลอด
- ควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ --->วัดความดันบ่อยๆ
- ป้องกันภาวะเกิดลิ่มเลือดจากการต้องนอนนานๆ --->ภาวะลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำมีสาเหตุจากอะไร? ในเคสนี้ การนอนนิ่งๆอยู่กับที่นานๆ (Immobilization) จึงทำให้เลือดอยู่ในภาวะนิ่ง จึงแข็งตัวได้ง่าย ฉีดยาแก้ Insuflon Katheter
- ดูแลการขับถ่าย--->ให้ยาระบายออ่นๆ
- ดูแลด้านกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟู ป้องกันภาวะกล้ามเนื้อต่างๆลีบจากไม่ได้เคลื่อนไหว
- และต้องดูแลด้านสภาพจิตใจ--->พึ่งจิตแพทย์

 

 


โรคออโตอิมมูน (Autoimmune) หรือโรคภูมิต้านตนเอง

 

 

โรคออโตอิมมูนนั้นไม่ใช่โรคเพียงโรคเดียว แต่เป็นกลุ่มโรคซึ่งมีสาเหตุพยาธิกำเนิดคล้ายๆกัน ปัจจุบันพบว่าโรคที่จัดอยู่ในกลุ่มโรคออโตอิมมูนนั้นมีมากมายหลายชนิด

ออโตอิมมูน>>Autoimmune<< ::::โดยปกติระบบภูมิคุ้มกันภูมิคุ้มกันต้านทานโรคจะทำหน้าที่ปกป้องร่างกายจากการจู่โจมจากศัตรูภายนอก เช่น เชื้อโรค สารเคมีหรือสิ่งที่เป็นพิษต่อร่างกาย เซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันที่สำคัญคือเซลล์เม็ดเลือดขาวซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายชนิด แต่ละชนิดจะทำหน้าที่ต่างๆกัน การทำงานต้องสอดคล้องและประสานกันเป็นเครือ ข่าย เปรียบดังทหารเซลล์เม็ดเลือดขาวซึ่งทำหน้าที่เป็นรั้วของชาติ ทหารหลายกรมกองจะร่วมกันทำหน้าที่ลาดตระเวนสอดส่องดูแลไม่ให้ข้าศึกเชื้อโรคสารเคมีเข้ามาทำร้ายเนื้อเยื่อ-อวัยวะต่างๆของร่างกาย

 

 


ออโตอิมมูน>>Autoimmune<<หมายถึงการที่ภูมิคุ้มกันร่างกายเข้าทำร้ายเนื้อเยื่อร่างกายของตัวเอง มันจะไปทำลายปลอกหุ้มเส้นประสาทเยื่อไมอีลินที่ห่อหุ้มเส้นประสาทใว้

 

 

พบว่าเซลล์เม็ดเลือดขาวของคนที่เป็นโรคออโตอิมมูนโรคภูมิต้านตนเองจะสูญเสียความทรงจำ ไม่สามารถแยกแยะเนื้อเยื่อตัวเองออกจากสิ่งแปลกปลอม หลงผิดเข้าจู่โจมและทำร้ายเนื้อเยื่อตนเองจนทำให้เกิดการอักเสบของอวัยวะขึ้นอย่างต่อเนื่องจนโครงสร้างของเนื้อเยื่อ-อวัยวะถูกทำลายเสียหาย และทำงานไม่ได้ในที่สุด บางครั้งแพทย์จึงเรียกโรคออโตอิมมูนว่า “โรคแพ้ภูมิ คุ้มกันของตัวเองหรือ โรคภูมิต้านตนเอง”


ขอผ่าน

เหลวไหล

ดอกไม้ให้เธอ
1

จับมือหน่อย
2

ทึ่ง

ตแหน่งของเพื่อน (3 คน)

ความคิดเห็น ความคิดเห็น (10 ความคิดเห็น)

ตอบกลับ chotika@live.nl 2-9-2013 20:45
แล้วตอนนี้น้องเป็นใงบ้างพี่หนูเป็นห่วงเราคอฟังข่าวอยู่
ตอบกลับ คนใต้ 3-9-2013 02:26
มาส่งกำลังใจค่ะ ขอพระองค์ ทรง คุ้มครอง เอเมน
ตอบกลับ DDD 3-9-2013 20:09
chotika@live.nl: แล้วตอนนี้น้องเป็นใงบ้างพี่หนูเป็นห่วงเราคอฟังข่าวอยู่ ...
ดีจ้าแนน
เดมี่อาการดีขึ้นแล้วพี่จะส่งข่าวเรื่องน๊า
ตอบกลับ DDD 3-9-2013 20:09
คนใต้: มาส่งกำลังใจค่ะ ขอพระองค์ ทรง คุ้มครอง เอเมน
ป้าฯขอบคุณที่แวะมาส่งกำลังใจค่ะ
ตอบกลับ YUN 4-9-2013 13:47
ขอให้หายป่วยเร็วนะค่ะพี่ตุ๋ย อีกนานไหมคะที่จะเดมี่จะแข็งแรงเหมือนเดิมพี่ตุ๋ย เป็นกำลังใจให้ค่ะพี่
ตอบกลับ 108 4-9-2013 13:50
ขอให้หายเร็วฯนะค่ะ.
ตอบกลับ Supaporn's 5-9-2013 06:37
ขอให้น้องหายเร็วฯนะค่ะ
ตอบกลับ ModEx 13-9-2013 21:45
ขอให้หลานเดมี่หายเร็วๆและเพื่อนตุ๋ยสู้ๆๆๆๆๆน๊าเพื่อน มดเอ็กซ์ขอเป็นกำลังใจให้จ่ะ
ตอบกลับ กานต์ 20-9-2013 10:03
ขอให้น้องหายวันหายคืนนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะพี่ตุ๋ย อ่านแล้วได้ความรู้มากค่ะ
ตอบกลับ ทองพูน 16-12-2013 19:28
พึ่งได้เข้ามาอ่าน ผ่านไปหลายเดือนแล้ว อาการคงดีขึ้นนะคะ เป็นกำลังใจให้คะ

facelist

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

เพื่อน (0)

Archiver|คู่สร้างคู่สม : Koosangkoosom

GMT+7, 24-11-2017 12:40 , Processed in 0.037794 second(s), 14 queries .

Powered by Discuz! X2

© 2001-2011 Comsenz Inc. Thai Language by DiscuzThai.com

TOP