พิธีแต่งงานกับการจดทะเบียนสมรส ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
เรื่องที่เข้าใจผิดกันมากที่สุดคือคิดว่าเมื่อจัดพิธีแต่งงานตามประเพณีแล้ว กฎหมายถือว่าเป็นสามีภรรยากันโดยอัตโนมัติ ความจริงคือพิธีทางประเพณีเป็นเรื่องของสังคมและครอบครัว ส่วนสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายเกิดขึ้นเมื่อมีการจดทะเบียนสมรสกับนายทะเบียนเท่านั้น คู่ที่อยู่ด้วยกันมานานโดยไม่จดทะเบียนจึงไม่มีสถานะคู่สมรสในทางกฎหมาย ไม่ว่าจะอยู่ด้วยกันกี่ปีก็ตาม
ความต่างนี้สำคัญมากเมื่อเกิดเหตุ เช่น การจัดการทรัพย์สินที่หามาด้วยกัน การเป็นทายาทเมื่ออีกฝ่ายเสียชีวิต และการเซ็นยินยอมรักษาพยาบาล การจดทะเบียนทำได้ที่ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขต ข้อมูลขั้นตอนและเอกสารที่ต้องใช้เผยแพร่โดย กรมการปกครอง
กฎหมายครอบครัวของไทยมีการแก้ไขครั้งใหญ่ในระยะหลัง ทั้งการเปิดให้บุคคลสองคนจดทะเบียนสมรสกันได้โดยไม่จำกัดเพศ และการปรับอายุขั้นต่ำของผู้ที่จะสมรส ผู้ที่กำลังวางแผนควรตรวจสอบเงื่อนไขที่เป็นปัจจุบันกับสำนักทะเบียนโดยตรง เพราะข้อมูลที่ค้นเจอทางอินเทอร์เน็ตจำนวนมากยังเก่า
สินสมรสและสินส่วนตัว
เมื่อจดทะเบียนสมรสแล้ว ทรัพย์สินจะถูกแบ่งออกเป็นสองประเภทตามกฎหมาย
- สินส่วนตัว โดยหลักคือทรัพย์สินที่แต่ละฝ่ายมีอยู่ก่อนสมรส ของใช้ส่วนตัวและเครื่องมือประกอบอาชีพตามควรแก่ฐานะ ทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรสโดยการรับมรดกหรือโดยการให้โดยเสน่หา และของหมั้น
- สินสมรส โดยหลักคือทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรส รวมถึงดอกผลของสินส่วนตัว เช่น ค่าเช่าที่เกิดจากบ้านที่เป็นสินส่วนตัว และทรัพย์สินที่ได้รับโดยพินัยกรรมหรือหนังสือยกให้ซึ่งระบุไว้ชัดว่าให้เป็นสินสมรส
เมื่อมีข้อสงสัยว่าทรัพย์สินชิ้นใดเป็นประเภทไหน กฎหมายมีแนวสันนิษฐานไปทางสินสมรส ผลในทางปฏิบัติคือ การจัดการทรัพย์สินสำคัญบางอย่าง เช่น การขายหรือจำนองอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นสินสมรส ต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสอีกฝ่าย ส่วนหนี้ที่ก่อขึ้นระหว่างสมรสเพื่อประโยชน์ของครอบครัวก็อาจเป็นหนี้ร่วมที่ทั้งสองฝ่ายต้องรับผิดชอบ
การหย่า
การหย่ามีสองทางหลัก ทางแรกคือ หย่าโดยความยินยอม ใช้ได้เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้ ต้องทำเป็นหนังสือและมีพยานลงลายมือชื่อ จากนั้นต้องไปจดทะเบียนหย่าที่สำนักทะเบียน การหย่าจึงจะมีผลสมบูรณ์ เพียงแค่เซ็นเอกสารกันเองแล้วแยกกันอยู่ยังไม่ถือว่าหย่า
ทางที่สองคือ หย่าโดยคำพิพากษาของศาล ใช้เมื่ออีกฝ่ายไม่ยินยอม ฝ่ายที่ต้องการหย่าต้องฟ้องต่อศาลและพิสูจน์ว่ามีเหตุฟ้องหย่าตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งครอบคลุมเรื่องเช่น การอุปการะเลี้ยงดูผู้อื่นฉันคู่สมรส การทำร้ายร่างกายหรือจิตใจอย่างร้ายแรง การจงใจละทิ้งอีกฝ่าย และการแยกกันอยู่เกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
เรื่องที่ต้องตกลงพร้อมกับการหย่าคือการแบ่งสินสมรส อำนาจปกครองบุตร และค่าอุปการะเลี้ยงดู ควรทำข้อตกลงให้ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะข้อตกลงปากเปล่ามักกลายเป็นข้อพิพาทในภายหลัง
บุตร อำนาจปกครอง และค่าเลี้ยงดู
เมื่อพ่อแม่จดทะเบียนสมรสกัน ทั้งสองฝ่ายเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรร่วมกัน แต่หากพ่อแม่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส กฎหมายถือว่าเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของมารดาแต่เพียงผู้เดียว ฝ่ายบิดาที่ต้องการมีสถานะทางกฎหมายต้องดำเนินการรับรองบุตร ซึ่งทำได้ทั้งโดยการจดทะเบียนรับรองบุตรที่สำนักทะเบียนเมื่อมารดาและเด็กให้ความยินยอม หรือโดยคำพิพากษาของศาล
ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรเป็นคนละเรื่องกับอำนาจปกครองและกับสิทธิในการพบบุตร กล่าวคือ ฝ่ายที่ไม่ได้อยู่กับเด็กยังคงมีหน้าที่ส่งเสียตามความสามารถ และการที่อีกฝ่ายไม่ส่งเงินก็ไม่ใช่เหตุให้ตัดสิทธิการพบบุตรโดยพลการ ศาลจะพิจารณาโดยยึดประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นหลัก ไม่ใช่ความถูกผิดระหว่างผู้ใหญ่
มรดกและพินัยกรรม
เมื่อไม่มีพินัยกรรม ทรัพย์มรดกจะตกแก่ทายาทโดยธรรมตามลำดับที่กฎหมายกำหนด โดยคู่สมรสที่จดทะเบียนมีสถานะพิเศษและได้รับส่วนแบ่งเสมอ ส่วนคู่ที่อยู่ด้วยกันโดยไม่จดทะเบียนไม่ได้เป็นทายาทโดยธรรม ซึ่งเป็นสาเหตุของข้อพิพาทจำนวนมากในบ้านที่มีทรัพย์สินร่วมกันมานาน
การทำพินัยกรรมช่วยลดปัญหานี้ได้มาก พินัยกรรมมีหลายแบบตามกฎหมาย แบบที่คนทั่วไปใช้บ่อยคือแบบเขียนหรือพิมพ์เป็นหนังสือ ลงวันเดือนปี และผู้ทำพินัยกรรมลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน อีกแบบหนึ่งคือแบบที่ผู้ทำเขียนด้วยลายมือตนเองทั้งฉบับ นอกจากนี้ยังทำเป็นเอกสารฝ่ายเมืองที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอได้ รายละเอียดของแต่ละแบบมีเงื่อนไขเคร่งครัด ผิดรูปแบบอาจทำให้พินัยกรรมเสียเปล่าทั้งฉบับ จึงควรขอคำแนะนำก่อนลงมือ
ความรุนแรงในครอบครัว
ความรุนแรงในครอบครัวไม่ใช่เรื่องส่วนตัวที่กฎหมายไม่ยุ่ง ประเทศไทยมีกฎหมายเฉพาะที่คุ้มครองผู้ถูกกระทำ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ผู้ถูกกระทำหรือผู้พบเห็นแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ และมีมาตรการคุ้มครองชั่วคราวระหว่างกระบวนการ
สิ่งที่ควรทำเมื่ออยู่ในสถานการณ์นั้นคือ ความปลอดภัยก่อนเสมอ เก็บหลักฐานเท่าที่ทำได้อย่างปลอดภัย เช่น ใบรับรองแพทย์และบันทึกวันเวลา และติดต่อหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือ ข้อมูลและช่องทางรวบรวมไว้โดย กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว
ขอความช่วยเหลือทางกฎหมายได้ที่ไหน
คนจำนวนมากไม่ไปหาทนายเพราะกลัวค่าใช้จ่าย ทั้งที่มีช่องทางขอคำปรึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายอยู่หลายทาง กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ให้คำปรึกษาและช่วยเหลือด้านสิทธิ สำนักงานกิจการยุติธรรม เผยแพร่ความรู้กฎหมายสำหรับประชาชน และ สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ มีบริการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย
เมื่อไปขอคำปรึกษา ให้เตรียมลำดับเหตุการณ์ตามวันที่ พร้อมสำเนาเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น ทะเบียนสมรส ทะเบียนบ้าน สูติบัตรของบุตร และหลักฐานทรัพย์สินหรือหนี้ เรื่องผลกระทบต่อคนในบ้านอ่านต่อได้ที่ ชีวิตครอบครัว และ ชีวิตคู่และความสัมพันธ์
ย้ำอีกครั้ง เนื้อหาข้างต้นเป็นภาพรวมอย่างย่อ ไม่ครบถ้วน และไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมาย โปรดปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมายก่อนดำเนินการใด ๆ
